บ้านน็อคดาวน์สวยๆ ประวัติความเป็นมา รูปแบบไอเดีย บ้านน็อคดาวน์ น่าอยู่อาศัย

บ้านน็อคดาวน์สวยๆ

บ้านน็อคดาวน์ คือ ที่อยู่อาศัย เป็นรูปแบบบ้านสมัยใหม่ ที่เหมะสมกับสภาพปัจจุบัน คือ เร็ว เคลื่อนย้ายสะดวก เปลี่ยนเป็นเงินได้รวดเร็ว คือขายต่อได้ง่าย เคลื่อนย้ายไปหาผู้ต้องการใช้ได้ ผลิตไม่ยาก สร้างเร็วทันใจหรืออาจถูกเรียกว่าโมบายโฮม และก็มีห้องที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว หน้าบ้านหรือระเบียงบ้านสำหรับเข้าออกแค่นั้น หรือ อาจจะทำเป็นแค่บ้านหลังที่สองที่ใช้ในไร่ ในสวน ที่เลี่ยงปศุสัตว์ สำหรับพักผ่อนพักผ่อนชั่วคราว

ความเป็นมาของบ้านน็อคดาวน์

บ้านน็อคดาวน์สวยๆ มีมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว ตั้งแต่ยุคกกรีตโบราณ สมัยนั้นจะมีการสกัดหินมาก่อสร้างอาคาร ปิรามิด ส่วนประกอบของวัสดุนำมาจากจุดที่ผลิตห่างไกลมากแต่ก็นำมาประกอบจนเรียบร้อยสวยงามดังที่เราจะเห็นหัวเสา ที่เป็นซากโบราณวัตถุ แต่ก็ยังรวมถึงในยุคเกษตรกรรมที่มีการใช้ไม้ ใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่นมาประกอบเป็นบ้านด้วยการเชื่อมหรือฉาบประสานจนเป็นที่อยู่อาศัย สามารถกันแดด กันลม กันฝนได้เป็นอย่างดี จนสร้างขยายเป็นชุมชนใหญ่โต มั่นคง จนเป็นเมือง

การพัฒนาที่อยู่อาศัย ก็มาพัฒนาขึ้นอีกระดับในยุคอุสาหกรรม มนุษย์เริ่มน้ำโลหะมาใช้ มาถลุงสกัดกันแล้ว มีการคิดค้นเครื่องจักรมีระบบไอน้ำหรือใช้แรงดันไอน้ำมาช่วยในอุสาหกรรม จึงเริ่มมีวัสดุที่ทำมาจากโลหะ เช่น เรือรบ ในช่วง คศ.ที่ 19 การสร้างอาคารขนาดใหญ่เกิดขึ้นในยุคนี้ เช่น โรงนอนของทหาร โรงอาหารในยามศึกสงคราม โรงพยาบาล อาคารธุระกิจต่างเกิดขึ้นมากมายในยุคนั้น คือ เริ่มมีวิทยาการสมัยใหม่เกิดขึ้นมากแล้ว ว่ายังงั้นเถอะ

มนุษ์ยก็เริ่มขายอิทธิพลแย้งการทำกิน ทำสงครามยึดเมืองไปอยู่อาศัยในเมืองใหม่ ผู้รุกรานก็จะทำการสร้างเมือง ที่อยู่อาศัยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีกันจนมีสถาปัตยกรรมใหม่เกิดขึ้นไปทั่วโลก ซึ่งเป็นผลงานของผู้รุกรานที่ทิ้งไว้ให้เห็นจนถึงทุกวันนี้ส่วนใหญ่มาจากยุโรป สเปน ฝรั่งเศษ อังกฤษ ฮอร์ลันดา โปรตุเกสฯ

ยุคต่อมาเป็นยุคของการใช้คอมพิวเตอร์ในการคิดคำนวณก่อสร้าง มีการทำแบบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ วิทยการมากขึ้น เริ่มการทำวัสดุผสม จากเดิมเป็นเหล็ก เป็นหิน เพรียวๆก็กลายเป็นคอนกรีตอันแรง คอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง มีการคำนวนการรับน้ำหนัก ระบบสำเร็จรูปถูกนำมาใช้ มีการทำชิ้นส่วนจากโรงงาน เพื่อลดเวลาในการไปก่อสร้าง

งานมีมาตฐานมากขึ้นเมื่อนำไปประกอบที่หน้างานจะพอดี แต่ก่อนที่จะถึงยุคคอนกรีต เรามีการใช้เหล็กเพื่ออุตสาหกรรมมาก่อน เช่น การสร้างสะพานพระราม 6 ในสมัยรัชการที่ 6 ปี พ.ศ.2465 โดยชาวฝรั่งเศส เมืองไทยยังไม่มีโรงเหล็ก และสะพานกรุงเทพฯ และสะพานของไทย จึงเป็นการนำเข้าจากยุโรป มีความหนาใหญ่ แข็งแรงมาก แต่มีปัญหาสนิม

ต่อมาก็มีการสร้างสะพานพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก สะพานกรุงเทพ และสะพานสุดท้ายได้รับบริจาคมาจากรัฐบาลเบลเยี่ยม เป็นสะพานไทย-เบลเยี่ยม ข้ามแยกวิทยุ และปลายๆ ของยุคนี้ การใช้คอนกรีตเสริมเหล็กเริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในการก่อสร้างอาคาร ถูกใช้ครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ.1878 เริ่มใช้ผนังคอนกรีตหล่อสำเร็จบางๆ มาประกอบกับเสาไม้และใช้คานคอนกรีตหล่อสำเร็จเป็นโครงสร้างพื้น สำหรับทำบ้าน และหลังจากนั้นโลกเริ่มมีเครื่องมือการยกชิ้นงานใหญ่ๆ โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีความต้องการที่พักอาศัยจำนวนมากขึ้น การทำงานการใช้ชีวิตรีบเร่ง จึงเริ่มมีการก่อสร้างอาคารใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมาย

ระบบน็อกดาวน์ (Knock Down System)

บ้านน็อคดาวน์สวยๆ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีการก่อสร้าง มีการพัฒนาไปมาก และเพื่อเป็นการย่นระยะยะเวลาการก่อสร้างจึงนำระบบขนส่งมาใช้ การสร้างอาคารเกิดขึ้นมาก อาคารบ้านจัดสรรต่างๆ ล้วนแล้วแต่ใช้ผนังอาคารสำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงงาน แทบจะไม่เห็นใครยืนฉาบปูนก่ออิฐ ในอาคารบ้านจัดสรรที่สร้างครั้งละจำนวนมากอีกแล้ว
ระบบน็อคดาวน์ (Knock Down System) คือ ระบบที่เอาชิ้นส่วนต่างๆ ของอาคาร ไปประกอบหรือติดตั้งในสถานที่ประกอบ ระบบประกอบแบบน็อคดาวน์ ตั้งแต่สิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ไปจนถึงอาคารก่อสร้างใหญ่ๆ เช่น โรงแรม อพาร์ทเม้น โรงงานอุตสาหกรรม ทาวเฮ้าส์ บ้านเดี่ยว ร้านกาแฟ

ระบบน็อกดาวน์สามารถนำเอามาใช้ได้ทั้งภายนอกและภายในอาคารส่วนที่ติดตั้งในระบบน็อคดาวน์ จะติดตั้งแบบขันน็อต (Bolt & Nut) เพื่อง่ายต่อการติดตั้ง รื้อถอน ทุกชิ้นส่วนจะถูกออกแบบและควบคุมคุณภาพในการผลิตและขนส่งไปยังพื้นที่ติดตั้ง ซึ่การก่อสร้างลักษณะนี้ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีที่สุด เพราะระบบได้ถูกคิดคำนวนด้วยความแม่นยำมาแล้ว เวลาในการก่อสร้างจึงน้อยมาก บ้านบางหลังประกอบกันวันเดียวเสร็จก็มี หรือ เพิ่มเวลาไปตามความยากและความซับซ้อนของบ้าน

การที่เราจะทำอาคารสำเร็จรูปน็อคดาวน์ (Knock Down) สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่เราจะต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนนั่นคือ ฐานราก เพื่อจะให้ยึดกับอาคารมั่นคงอยู่กับที่ และสาธารณูปโภค ระบบสุขา ไฟฟ้า ประปา ต้องจัดเตรียมไว้ให้แล้วเสร็จระดับหนึ่งก่อนเลย เมื่ออาคารมาประกอบ เพียงเราต่อน้ำต่อไฟก็แล้วเสร็จ ถ้าเราไม่เตรียมไว้ ก็ต้องเอามติดตั้งที่หลังก็จะทำให้ไม่สวย หลบซ่อนไม่ได้ หรือ ปรึกษา ที่ บริษัท SBT ได้เลย

ในปัจจุบันปัญหาเรื่องแรงงานเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อสร้าง มีทั้งขาดแคลน ขาดฝีมือ ค่าแรงสูงตามค่าครองชีพ การก่อสร้างในยุคปัจจุบันจึงมีการพัฒนาไปอีกสเต็ป นั้นคือ

Modula หรือ Prefabricate

คือ ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปคือการรวมเอาระบบ Knock Down System เข้าไปผนวกอย่างกลมกลืนจนได้นวัตกรรมก่อสร้างใหม่อีกเป็นจำนวนมาก เป็นกระบวนการก่อสร้างอาคารนอกสถานที่ก่อสร้าง ภายใต้การควบคุมคุณภาพและการผลิตภายในโรงงานโดยใช้เหล็กเป็นโครงสร้าง และสามารถออกแบบพื้นและผนังเป็น Precast Concrete System หรือทำเป็น ซีเมนต์บอร์ด มีมาตรฐานเดียวกับการสร้างอาคารทั่วไป โดยเป็นการก่อสร้างในพื้นที่โรงงานอาจจะกี่วันหรือ หลายวันแต่เวลาก็ยังใช้น้อยกว่าอาคารก่อสร้างอยู่ดี การก่อสร้างในระบบโมดูลาร์ (Modular) เป็นการผลิตในรูปแบบของ Module แต่ละอันก็จะผลิตตามที่ต้องการได้ ปัจจัยคือการขนส่งต้องออกแบบให้ขนาดขนส่งได้แล้วไปประกอบกัน ติดตั้งก็ได้ทั้งแนวราบ และแนวตั้งโดยใช้ระบบน็อคดาวน์ Knock Down System มาใช้ให้เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมการก่อสร้างทุกประการ

ตัวอย่าง บ้านน็อคดาวน์สองชั้น

บ้านน็อคดาวน์สวยๆ

บ้านน็อคดาวน์สวยๆ

บ้านน็อคดาวน์สวยๆ

ตัวอย่าง บ้านน็อคดาวน์หนึ่งชั้น
บ้านน็อคดาวน์สวยๆ

บ้านน็อคดาวน์สวยๆ

อุปกรณ์การสร้าง บ้านน็อคดาวน์ ราคาถูก

  1. หลังคา โครงสร้างทำด้วยเหล็กรีดร้อนชุปสังกะสี และขึ้นรูป ผนังด้านนอกทำจากแผ่นเหล็กชุปอลูซิ้งค์ ความหนาไม่น้อยกว่า 0.3 มิลิเมตร ผนังด้านใน ทำจากแผ่นเหล็กชุบอลูซิ้งค์เคลือบสี (PREPAINTED HOT-DIP ALUMINIUM-ZINC ALLOY-COATED STEEL SHEETS) หนา0.3 มิลลิเมตร ตรงกลางมีฉนวนกันความร้อน RIGID POLYURETHANE FOME ชนิดอัดฉีดติดกับผิวเหล็ก และแผ่นหลังคาหนา 40 มิลิเมตร สามารถรับน้ำหนักได้ 160 กิโลกรัม/ตาราเมตร สามารถขึ้นไปเดินได้เพื่อทำการบำรุงรักษาและทำความสะอาด
  2. พื้น โครงสร้างทำจากเหล็กกรีดร้อนขึ้นรูปชุบสังกระสี มีคานซอยทุกระยะ 40 เซนติเมตร และมีตงอีก 4 เส้นใหญ่รับน้ำหนักตลอดหัวจรดท้ายตู้ ปูทับด้วยซีเมนต์บอร์ดหนา 18 มิลลิเมตร ปูทับหน้าด้วยวัสดุที่สบายตา และรับน้ำหนักได้ 200 กิโลกรัม/ตารางเมตร สามารถนำตู้เซฟ หรือเครื่องใช้ฟ้าขนาดใหญ่เข้ามาใช้ได้ เช่นตู้แช่ หรือตู้เย็น
  3. เสา ทำด้วยเหล็กรีดร้อนขึ้นรูปชุปสังกะสีความหนา 2 มิลลิเมตร ขนาด150×150มิลลิเมตร ด้านใน มีท่อ PVC ระบายน้ำระบายน้ำจากหลังคาสู่พื้นทั้ง 4 ต้น น้ำจะไปในทิศทางที่เรากำหนดให้แล้วต่อทิ้งสะดวก
  4. ผนัง เป็นฉนวนกันความร้อน โดยภายนอกเป็นเหล็กเหล็กรีดลายคล้ายผิวเปลือกส้มเพื่อเสริมความแข็งแรง ทำจากเหล็กชุบซิงค์เคลือบสี (PREPAINTED HOT-DIP ALUMINIUM-ZING ALLOY-COATED STEEL SHEET)ความหนาด้านละ0.3มิลลิเมตร และมีฉนวนคือ REGID POLY-URETHANE FOME) ชนิดฉีดอัดติดกับผิวเหล็ก มีความหนา2นิ้ว
  5. ประตูบานสวิงอลูมิเนียมอลูมิเนียมอบ มีลูกบิดล็อกได้ 1 ชุด
  6. หน้าต่างบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมขนาด 1.00×1.80 เมตร มีระบบล็อคในตัวแข็งแรง
  7. สีรองพื้น เป็นชนิดที่มีคุณสมบัติในการช่วยยึดเกาะของสีได้ดี ไม่หลุดล่อนได้ง่าย สีคุณภาพสูง
  8. สีทับหน้า(POLYURETHANE PAINT) เหมาะสำหรับอบสี

การเลือกซื้อบ้านน็อคดาวน์สวยๆ

บ้านน็อคดาวน์สวยๆ

  1. ต้องดูวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ ทำเป็น ที่อยู่อาศัย ร้านค้า เพราะการดีไซด์จะช่วยเพิ่มประโยชน์และใช้ได้จริง บางครั้งตั้งใจซื้อทำบ้านอยู่อาศัย แต่กลับไปทำเป็นร้านกาแฟ เราต้องมาแก้ไขแบบต่อเติม อาจได้ดี หรือไม่ดีก็ได้เพราะอาจไปตัดต่อจุดสำคัญแล้วมีปัญหากับโครงสร้าง
  2. วัสดุที่ใช้ในการทำบ้านน็อคดาวน์ ต้องคิดให้มากที่สุด เพราะว่าเสียเงินหลักแสน เราจ่ายไปควรได้ใช้ประโยชน์คุมค่า เช่น กรณีที่บ้านน็อคดาวน์เป็นไม้ คำถามคือไม้อะไร คำตอบ ที่ได้เราผลิตจากไม้สักทอง แต่เราก็ดูอายุไม้ด้วย ไม่ที่ยังไม่ใช้ต้นแก่การใช้งานของไม้ก็จะสั้นมาก หรือผุง่ายบิดเบี้ยว โก่งงอ แต่ถ้าเป็นเหล็ก ก็ต้องดูความหนาของเหล็ก เป็นเหล็กรูปพรรณธรรมดา ทาสีกันสนิมหรือเหล็กชุบสารกัลวาไนท์ เหล็กสองตัวนี้ คุณสมบัติแตกต่างกันมาก ชุบสารกัลวาไนท์ หรือชุบสังกะสี จะอยู่ได้ทนนานมากยันลูกหลาน
  3. การขนส่ง สถานที่จะติดตั้ง รถบรรทุกติดเคนเข้าถึงหรือไม่
  4. มีช่างมาวางแผนการติดตั้งหรือสำรวจหน้างาน ทางเข้าก่อนหรือไม่ เพราะต้องใช้ผู้ชำนาญงาน
  5. ราคาต่อตารางเมตร ถูกหรือแพงกว่าก่อสร้าง ถ้าก่อสร้างจะคุ้มค่ากว่าหรือไม่
  6. ระบบสาธารณูประโภค ต้องกำหนดตำแหน่งไว้ในฝั่งเดียวกับสิ่งที่เราเตรีมไว้หรือไม่ เช่น ระบบเซ็พติกส์แทงค์ น้ำดี น้ำเสีย บ่อบำบัด เพราะถ้าผิดทางกันแล้วอาจทำให้ไม่สบายตา ไม่สบายใจ และอาจมีค่าใช้จ่ายโยกย้ายเพิ่มอีก
  7. การดูแลรักษา เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าไม่เข้าใจถึงสิ่งที่ผลิตมาในบ้าน แล้วเราใช้สารทำความสะอาดผิดประเภทจะเป็นต้นเหตุของการได้ใช้อย่างไม่คุ้มค่า เช่น โครงสร้างเป็นเหล็กกัลวาไนท์ไม่เป็นสนิม แต่สารเคลือบนี้ก็จะไม่ทนสารกัดกร่อนเช่น น่ำยาล้างห้องน้ำเข้มข้น เราควรใช้น้ำยาล้างจานทดแทนดีที่สุด วัสดุที่เป็นหนังแท้ เราต้องเคลือบน้ำยาที่เหมาะกับหนังแท้ ฯลฯ
  8. การต่อเติม เป็นเรื่องปกติของที่อยู่อาศัย หรือร้านค้า จะต้องมีการ ปรับปรุงในอนาคต เราควรสอบ ถามผู้ผลิตจุดไหนทำได้ จุดไหนทำไม่ได้ จะได้ไม่บานปลายในภายหลัง

สรุป

ถ้าเราจะเลือกซื้อบ้านน็อคดาวน์สักหลัง เราควรมีความรู้เรื่องวัสดุมากพอสมควรกับเงินที่เราจ่ายไป เพราะนวัตกรรมการก่อสร้างมันเปลี่ยน มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่กระทบกับสุขภาพ เช่น วัสดุมีส่วนประกอบของใยหินอาจก่ออาจก่อโรคกับเราได้ หรือการเลือกใช้โครงสร้างเหล็ก ควรสอบถามว่าเหล็กดำหรือเหล็กกัลวาไนท์ เพราะคุณสมบัติแตกต่างกันมาก แต่ถ้าเป็นไม้ชนิดไหน มาจากประเทศไหน เพราะไม้บางถิ่นที่มีฝนตกชุกก็จะเป็นไม้โตเร็วอาจไม่ทนทาน หรือ ไม่เหมาะกับอากาศ อุณหภูมิบ้านเรา สี ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องสอบถามใช้สีอะไรทา ยี่ห้ออะไร กันเชื้อราหรือไม่ สีไม่ดีซีดจางเร็วมากไม่ปกป้องวัสดุด้วย สุดท้าย คือ โครงสร้างพื้น เราต้องขอดูแปลนโครงสร้างพื้นเขาใช้วัสดุอะไร ระยะคาน ระยะตง ถ้าวัสดุไม่ดีเดินก็สะเทือนทั้งหลัง

ตู้คอนเทนเนอร์สำเร็จรูป คุณภาพดี ราคาถูก ต้องที่ SBT